Skip to main content

How to SEO : กฏของการเขียนบล็อก ตามหลัก SEO

จากการ คลำแบบมั่วๆ มา 2 ปี ทำให้สามารถเรียบเรียงความรู้ ขึ้นมาได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องของการทำเว็บไซด์ หรือ การเขียนบล็อกให้มีผู้เข้าชม เยอะๆ หรือ ให้ถูกใจ SEO : Search Engine Optimize

กฏการเขียนบล็อก
How to SEO

พวกเราหลายคน ย่อมพยายามพัฒนาเว็บไซด์ของตัวเอง ตามหลัก How to SEO กันแบบถูกบ้างผิดบ้าง   ทั้ง ซื้อ Backlink แลกเปลี่ยน Backlink ทำการโปรโมท เว็บด้วยวิธีเสียเงิน และ ระบบฟรี แต่สิ่งสำคัญกว่า การโปรโมท คือการ จัดองค์ประกอบภายในหน้าเพจ ของเราให้ ถูก หลัก Search Engine สำคัญกว่ามาก

SEO Tool


กฏการทำบล็อกให้ถูกต้องตามหลัก SEO

1.  ออกแบบ เว็บไซด์ หรือ บล็อกของท่านให้ อ่านง่าย สบายตา ใช้สี ที่ User ไม่แสบตา พวก โทนดำๆเข้มๆๆ นี่ ผู้อ่านเบ้หน้าหนีหมดนะครับ

2.  สร้าง Content หรือ การเขียนบทความ หรือเนื้อหา ที่ใหม่สด อยู่ตลอดเวลา อย่า copy ใครเขา เพราะจะมีแต่ผลเสีย อาจจะอ่านเขามาแล้ว สรุป ตามความเห้น

3. ปรับ แต่ง content  ของเราให้ถูกต้องตามหลัก SEO    

     3.1   ตั้งชื่อ Title ชื่อเรื่องของบทความไม่ต้องเน้นความสวยงาม ของภาษาแต่ให้เน้นมี keyword ที่สำคัญอยู่ใน ชื่อเรื่อง
     3.2   เขียนย่อหน้าแรก  ให้มี  Keyword อยู่ในนั้น หลาย คำ โดยเน้นให้มี การใช้ให้เหมาะสมให้มีความหนาแน่น (Density) อย่างพอประมาณ  
     3.3   แบ่งเนื้อหา เป็น ข้อๆ หรือเป็น หัวข้อย่อย ให้ได้พอสมควร แล้วทำให้หัวข้อย่อยนั้นๆ เป็น H2 หรือ Header 2
      3.4  ใ่ส่ Meta Description       หรือการใส่ คำอธิบายลงไป ซึ่งช่องนี้ แต่ละบล็อกมักจะมีพื้นที่แยกต่างหาก และส่วนใหญ่จะนิยม คัดลอก จากย่อหน้ามาใส่เลย เป็นคำอธิบายสั้นๆ ให้ Search Engine ทั้งหลายนำไปแสดงที่หน้า ผลการค้นหาข้อมูล
     3.5  Meta Keyword  = Tag   ข่าวว่าปัจจุบันนี้ google เริ่มไม่ให้ความสนใจต่อ ช่องรายการนี้แล้ว แต่ใน บล็อกเกอร์ ก็ยังคงมีไว้ ใน ป้ายกำกับนั่นแหละ เราก็น่าจะมีไว้ 1 บล็อก มีสัก 5 อัน 
     3.6  ใส่ ตัวหน้าบ้าง ตัวเอียง บ้าง หรือ ขีดเส้นใต้บ้าง พอสมควร ไม่ให้มากไป ตาม คำที่เราอยากจะเน้นๆๆ เป็นพิเศษ
    

4.  ใส่ คำอฺธิบายให้รูปภาพ  

      หากมีรูปภาพ ก็ต้องใส่ Meta description และ Title ให้รูปภาพด้วย เพราะ Google มีระบบค้นหา รูปภาพ แต่ก็ อาศัยที่ title ของรูปภาพเข้าช่วยเหลือ ในการค้นหาเป็นหลักสำคัญ

5. อ่านทวนอีกครั้งเพื่อ ตรวจหา Density Keyword ที่อยากจะ เน้นๆ ให้มี ความหนาแน่น ตลอดทั้งเรื่อง หรือ ตลอดทั้งบล็อก นั้นๆ (Density) ให้มีความเหมาะสม 

ุ6. ทำ Link ไปหา บทความอื่นๆ ภายในบล็อกของเรา หรือ ใน พันธมิตรของเรา เืพื่อ

สร้าง Network Linkwheel for SEO


เดี่ยวจะมาต่อเรื่อง การโปรโมทเว็บไซด์ เพราะหลังจาก ทำเว็บเสร็จแล้วต้องรู้จักการโปรโมทหรือถ้ารอไม่ไหว อ่านที่นี่ไปพรางๆๆ ก่อนก็พอได้






Comments

Popular posts from this blog

สรุปเว็บไซด์ ในเครือ

เว็บไซด์   สาระประกันภัย เช็คเบี้ย สร้างรายได้ เสริมจากธุรกิจประกันภัย   รวมแหล่งหาเงินออนไลน์ เพลง หนัง หนังสือ   ประกันภัย สร้างรายได้เสริมด้วยประกันภัย   ขนส่งทางน้ำ โอกาสทางธุรกิจ ด้วยเงินเพียง 200 บาท Blog thongmarine.blogspot.com richbyprakun.wordpress.com Social Facebook FB : แฟรนไชส์ประกันภัย ครบวงจร        : 128insurance เช็คเบี้ย เทียบราคา        : allmylike ประชาสัมพันธ์ เว็บ allmylike.com       : เพลงสากลฮิต       : Update หนังใหม่ Twitter       : เพลงสากลฮิต       : มนุษย์เงินเดือน สายประกันภัย Instragram       :  128insurance รวม Forum       Promotefree       ตลาดนัด Promote free       หาเงินออนไลน์       marketthai       advertising online      thaipost.tk       สมหวังเงินสั่งได...

list of management tool

  list of management tool Certainly! Here's a list of management tools commonly used in various fields: 1. Trello: A project management tool that uses boards, lists, and cards to help teams organize and prioritize tasks. 2. Asana: A collaborative work management platform that enables teams to track projects, assign tasks, and communicate effectively. 3. Jira: A popular tool for agile project management, issue tracking, and software development, widely used by software development teams. 4. Monday.com: A visual project management tool that allows teams to plan, track, and collaborate on projects using customizable boards. 5. Basecamp: A project management and team communication tool that centralizes tasks, schedules, and discussions in one place. 6. Microsoft Project: A comprehensive project management software that helps plan, track, and analyze projects, including resource management and scheduling. 7. Wrike: A cloud-based work management platform that offers project plan...

Passive Income ฝันของคนอยากมีรายได้เสริมออนไลน์

วันนี้ผม จะมาแนะนำช่องทางการหารายได้เสริมออนไลน์ที่ เป็นจริง ทำได้จริง ทั้งแบบ offline และ online เป็นธุรกิจ ที่คุณสามารถต่อยอดจนกลายเป็น บริษัท จำกัด ของคุณเอง จากการลงทุนด้วยเงินเพียงเล็กน้อย 250 บาท ต่อปี คุณจะได้โอกาสร่วมธุรกิจ เครือข่ายขนาดใหญ่ ที่มีสินค้า เป็นที่ต้องการของ ตลาด ของผู้คนจำนวนมาก  250 บาท ที่คุณจะลงทุนมันจะไม่เสียเปล่า เพราะว่า มันจะเป็นค่าซื้อประกัน อุบัตเหตุวงเงิน 2 แสนบาท ให้คุณในทันที.. ที่คุณสมัครเข้าร่วม  หลักในการทำงาน แบ่งเป็นสองระบบ ขึันอยู่กับตัวคุณว่า ต้องการเป็นคนขาย หรือต้องการหาเครือข่ายมาช่วยคุณขาย หรือ คุณอยากจะทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกัน  หลายคนใช้เวลาในธุรกิจนี้ 3 ปี เขาสามารถมีรายได้ ได้เดือนละเป็นแสนบาท จนต้องเปิดธุริจก เป็นรูปบริษัทฯ เพื่อลดหย่อนภาษี  หลักการทำงานของ ธุรกิจนี้คืออะไร ก่อนอื่น หากพูดถึง ธุรกิจ เครื่อข่าย หลายคนคงตกใจ และกลัวว่ามันจะเป็น แชร์ลูกโซ่ ที่หลอกลวง และทำให้ผู้คนสูญเสียเงิน ไปแล้ว หลายร้อยล้านบาท เป็นคดีความครั้งแล้วครั้งเล่า   แต่เพราะนั้น ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ คุณไม่มีสินค้ามาขายจริง...